ทุกวันนี้ผู้คนในสังคมไทยส่วนใหญ่มักดำเนินชีวิตประจำวันอย่างเร่งรีบแข่งกับเวลา
เนื่องด้วยภาระหน้าที่การงานหรือการเรียน
ทำให้มีเวลาในการออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพดีลดน้อยลง
ทางคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จึงร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็ก ทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
พัฒนาแอพพลิเคชั่น มาย แอค : แอพพลิเคชั่น ฟิสซิเคิล แอคติวิตี้ (My
Act :Application Physical Activities) ขึ้น
เพื่อให้คนไทยได้รู้ว่าในแต่ละวันเรามีกิจกรรมทางกาย ทั้งในส่วนของการนอน นั่ง
เดิน วิ่ง อย่างไรบ้าง
รศ.นพ.โศภณ นภาธร คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
เปิดเผยว่าแอพพลิเคชั่นนี้เป็นความร่วมมือกับทางเนคเทคในการพัฒนา
ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเลขาส่วนตัว ที่คอยจดบันทึกกิจกรรมประจำวันทางกาย คือ การนอน
การนั่ง การเดิน และวิ่ง และทำการสรุปผล
ให้ผู้ใช้งานได้ทราบถึงพฤติกรรมทางกายที่เหมาะสมเพื่อนำไปปรับใช้ในการเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติในการลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคที่เกิดขึ้นกับประชาชน
และถือเป็นเรื่องดีหากมีการนำไปใช้ในการสร้างเสริมสุขภาพ
ซึ่งสามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟนทั้งในระบบปฏิบัติการไอโอเอส และแอนดรอยด์
รศ.นพ.วิโรจน์ เจียมจรัสรังสี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ด้านสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า
เรื่องการออกกำลังกายถือเป็นปัญหาของคนทั้งโลก ส่งผลให้คนเป็นโรคอ้วน โรคความดัน
และโรคหัวใจกันมากขึ้น แม้ทั่วโลกจะส่งเสริมให้คนออกกำลังกายแต่ก็ไม่ได้ผล
จึงต้องคิดวิธีกระตุ้นให้คนออกกำลังกาย
จึงเป็นที่มาของการพัฒนาแอพพลิเคชั่นนี้ขึ้นมา
เพื่อให้มีเครื่องมือในการมอนิเตอร์และกระตุ้นให้ออกกำลังกายได้ตามที่กำหนด
ด้าน ดร.จตุพร ชินรุ่งเรือง นักวิจัยของเนคเทค
ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น มาย์ แอค กล่าวว่า
ทางเนคเทคมีความเชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบกิจกรรมทางกายภาพ
เมื่อได้รับการติดต่อจากทางคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จึงได้นำมาประยุกต์ใช้ในการออกกำลังกาย โดยมีจุดเด่นที่สามารถตรวจสอบกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
โดยที่ไม่ต้องกดตั้งค่าให้ตรวจวัด เพียงแค่เปิดแอพพลิเคชั่นทิ้งไว้
และนำโทรศัพท์ติดตัวเมื่อต้องการใช้งานเท่านั้น
แอพพลิเคชั่นก็จะเก็บข้อมูลอัตโนมัติและทำการสรุปกิจกรรมที่เราทำทั้งการเดิน
นั่งวิ่ง และนอน ด้วยการใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดการเคลื่อนไหวของร่างกายและทำการแปลงกิจกรรมทั้งหมดที่ได้ทำเป็นการวัดค่าพลังงานที่ได้ใช้ไปเป็นจำนวนแคลอรี่ที่ถูกเผาผลาญไป “ได้ใช้เวลาในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์
และไอโอเอสเป็นระยะเวลา 3 เดือน
โดยพัฒนาเอนจิ้นขึ้นมาเองทั้งหมด โดยได้รับการสนับสนุนงบพัฒนาประมาณ 1 แสนบาท จากจุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย
ถือเป็นแอพพลิเคชั่นแรกในเมืองไทยและต่างประเทศที่ยังไม่เคยมีมาก่อน
เนื่องจากมีจุดเด่นตรงที่ตรวจสอบพฤติกรรมประจำวันของเราอัตโนมัติขณะที่แอพพลิเคชั่นอื่น
ๆ ต้องกดหรือเลือกฟังก์ชั่นในการตรวจวัดก่อน
ความยากในการพัฒนาคือจะทำอย่างไรให้การใช้งานเปลืองแบตเตอรี่น้อย”
สำหรับการใช้งานในระบบไอโอเอสตั้งแต่เวอร์ชั่น 6.0
ขึ้นไป ส่วนแอนดรอยด์ใช้ได้ทุกเวอร์ชั่น
เมื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นลงเครื่องแล้ว
เมื่อเปิดใช้งานครั้งแรกจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว อาทิ เพศ น้ำหนัก ส่วนสูง วัน
เดือน ปีเกิด อีเมล ฯลฯ เพื่อให้ระบบสามารถประมวลผลได้
โดยการเก็บข้อมูลจากการเคลื่อนไหวของโทรศัพท์โดยเซ็นเซอร์
จะสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของร่างกาย หากเครื่องสั่นเบา ๆ ก็คือการนั่งทำงาน
สั่นปานกลางคือการเดิน และสั่นรุนแรง คือ การวิ่ง โดยข้อมูลต่าง ๆ
สามารถเปิดดูได้แบบเรียลไทม์ และเรียกดูย้อนหลังเป็นรายวัน และเดือน
พร้อมทั้งแสดงผลเป็นกราฟได้ด้วย เพื่อให้ผู้ให้งานสามารถนำไปปรับใช้ เช่น
หากเดินน้อยก็เดินให้มากขึ้นในแต่ละวันเพื่อให้มีสุขภาพดีขึ้น
ทั้งนี้การใช้งานทั้งหมดจะไม่จำเป็นต้องใช้งานการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องต้องเสียเงินค่าดาต้าของโทรศัพท์มือถือ
ยกเว้นแต่หากต้องการส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ศูนย์สร้างเสริมสุขภาพ
รพ.จุฬาลง กรณ์ ( www.chula-park.com) แต่ก็สามารถเลือกใช้วิธีเชื่อมต่อกับไวไฟแทนได้
อย่างไรก็ตามหลังจากเปิดให้ดาวน์โหลดในระบบปฏิบัติการแอนดดรอย์มาประมาณ5
เดือน มียอดดาวน์โหลดแล้ว 5,000 ครั้ง
ส่วนไอโอเอส เริ่มให้ดาวน์โหลดมาเพียง 1 เดือนเท่านั้น
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นฟรี ผ่านแอพสโตร์สำหรับผู้ใช้ไอโฟน
และกูเกิ้ล เพลย์ สโตร์ สำหรับผู้ใช้
สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์
สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์
JirawatJ@dailynews.co.th

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น